เริ่มก้าวเข้าสู่ Standard

The Web’s United Nations หรือที่เรียกกันว่า World Wide Web Consortium (www.w3.org) หรือเรียกสั้นๆว่า W3C ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลควบคุมทิศทางของการพัฒนาเว็บ โดย Tim Berners-Lee มีเป้าหมายในการสร้าง web community ให้มีความสำคัญ และทำให้มีความพึงพอใจต่อหน้าตามากที่สุด และลดการโจมตีต่อสู้ของสงคราม browser ที่จะเกิดขึ้นได้อีก

สมาชิกของ W3C ในตอนนี้ ก็ประกอบไปด้วยกลุ่มองค์กร และ บริษัทใหญ่ๆมากมาย (http://www.w3.org/Consortium/Member/List) ที่เรารู้จักกันดีเช่น Apple (ที่ทำ ipod itune หรืออื่นๆ) , Adobe (ที่รู้จักกันคือ บริษัทผู้ผลิตโปรแกรม Photoshop นั่นเอง) , America Online (เจ้าของ Netscape ที่ต้องตายไปจากสงครามเมื่อปี 1998), Opera (ผู้ผลิต Opera web browser), และ Microsoft (ที่เป็นผู้พัฒนา Internet Explorer ที่เป็นฆาตรกร ฆ่า Netscape ตายอนาถนั่นเอง) หรือบริษัทในยุคหลังๆ เช่น Google (ผู้ทำ Search Engine ที่เร็วให้ท่านใช้งานกัน) , Mozilla Corporation (ผู้ทำ Firefox web browser ซึ่งเป็นคู่ปรับต่อกรที่สำคัญกับ Internet Explorer ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ )

HTML 3.2: จุดเริ่มต้นของมาตรฐาน ภาษา HTML
เป็นมาตรฐานแรกที่เกิดมาจาก W3C ซึ่งได้มีการลด และเพิ่ม Function หลายๆอย่างในการแสดงผล และกำหนดมาตรฐานการแสดงผล และเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ของภาษา HTML ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้การแสดงผลของหน้าเว็บออกมาเหมือนกันมากที่สุด แม้ว่าจะใช้ Browser ที่แตกต่างกันก็ตาม

การเดินทางเส้นนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้า ตั้งแต่ HTML 4.01 ถูกประกาศออกมาเป็นมาตรฐานหลักอย่างเป็นทางการนั้น ผ่านมาแล้วกว่า 8 ปี จนกระทั่ง CSS2 ประกาศออกมาเป็นมาตรฐานอย่างเป็นทางการก็แล้ว มาตรฐานความเป็น Browser ที่มีมาตรฐานเหมือนกันหมดก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเสียที จนกระทั่งตอนนี้ CSS3 กำลงจะออกมาให้ใช้งานจริงกันแล้ว แต่ความไม่เข้ากันของ Browser ต่างชนิดกันก็ยังคงดำเนินต่อไป…..

แต่อย่างไรก็ตาม ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ Browser กำลังจะหมดไปในอีกไม่นานนี้ เพราะว่า IE เจ้าปัญหาเอง ก็กำลังออก IE8 เป็น Browser ที่ได้มาตรฐานมาแล้ว ซึ่งนั่น จะทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางมากขึ้น กว่าที่เคยเป็น

HTML 4 and CSS
การก้าวต่อไปในมาตรฐานใหม่นั้น ต้องมีการแก้ไขหลายอย่าง W3C กล่าวว่า HTML นั้นได้ถุกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานบนหน้าเว็บ เพียงหน้าเดียว หากมีการแก้ไข ก็ต้องไล่แก้กันทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้นในมาตรฐานต่อไปที่กำลังมาถึงนั้น จะเป็นการแสดงผลที่ถูกแบ่งออกเป็นการแสดงผลส่วนย่อยๆ หากต้องการแก้ก็แก้เป็นส่วนไป แต่การแก้ครั้งเดียวจะทำให้มีผลต่อทุกๆหน้านั่นคือสิ่งที่ดีกว่า ดังนั้นมาตรฐานต่อไปของ HTML จะมีหลายส่วนที่ถูกเลิกใช้ เพราะไม่มีความจำเป็นนั่นเอง โดยในตอนนี้หากต้องการสร้างเว็บเพื่อให้เป็นมาตรฐานรูปแบบใหม่นั้น จำเป็นต้องใช้ Cascading Style Sheets หรือ CSS มาแก้ปัญหานี้แทนไปก่อน

ความเป็นมาของ Cascading Style Sheets นั้นเริ่มเข้ามาใช้กับเว็บโดยทำให้เกิดผลบางอย่างต่อวัตถุที่อยู่ในเว็บมาตั้งแต่ ปี 1998 โดยตอนนั้นเป็น CSS Layer2 แล้วมีการอัพเดทเล็กน้อยเมื่อตอนปี 2006 ที่ผ่านมา เป็นเวอร์ชั่น 2.1 โดยการใช้งาน CSS ในการควบคุมหน้าเว็บนั้นจะทำให้การควบคุมสิ่งต่างๆในเว็บเป็นไปได้อย่างอิสระ และแม่นยำมากกว่าการใช้ HTML อย่างเดียว จึงสามารถออกแบบเว็บได้มากมายหลายรูปแบบและมีลูกเล่นต่างๆที่มากขึ้นด้วย

ดังนั้นการเริ่มต้นทำเว็บตั้งแต่ตอนนี้ ควรเริ่มในแบบที่มีมาตรฐานย่อมดีที่สุด เพราะว่านั่นจะทำให้เว็บคุณสามารถนำไปใช้ได้ในอนาคตด้วยนั่นเอง

ความหละหลวมของ HTML เอง ทำให้เกิดช่องว่างของโค้ดขึ้นอย่างมากมาย นั้นคือข้อผิดพลาดนึงที่ทำให้การแสดงผลหลายอย่างผิดเพี้ยนไปในหลาย Browser ด้วย แต่ต่อไปนี้ มาตรฐานใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาทดแทน HTML แบบเดิมๆ คือมาตรฐานของเอกสารแบบ XML หรือ Extensible Markup Language นั่นเอง

XML และ XHTML
หากมองผิวเผินแล้ว XML จะมีหลายอย่างคล้ายคลึงกับ HTML ไม่ว่าจะเป็น TAG ,attributes, หรือ values แต่มันก็ไม่ใช่ภาษาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนำมาสร้าง web page แต่อย่างใด XML คือภาษาที่ใช้สำหรับเขียนภาษาอื่น…. เช่นคุณสามารถใช้ XML ในการเขียนรูปแบบมาตรฐานของงานเอกสาร ที่สามารถใส่ค่า และคำบรรยายในแต่ละส่วนลงไปได้

โดยความสามารถของ XML จะทำให้คุณสามารถสร้างรูปแบบมาตรฐานของข้อมูลที่คัณต้องการใช้และส่งข้ามกันระหว่างระบบได้ เช่น ข้อมูลของบุคคล หากเก็บในมาตรฐาน XML ย่อมเป็นที่เข้าใจและนำไปใช้ต่อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าฐานข้อมูล หรือนำไปใช้ในโปรแกรมใดๆก็ตาม เพราะว่าเอกสารอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ทำให้โปรแกรมเข้าใจได้นั่นเอง

แต่ก็นั่นเอง ที่ได้อย่างย่อมเสียอย่าง เพราะว่า XML ไม่ได้เข้ากัน หรือไปกันได้กับ HTML เลยเพราะหากจะใช้ XML จริงๆ ก็ต้องมีตัวอ่านและแปล XML หรือที่เรียกว่า XML Parser มาช่วยจัดการซึ่งทำให้งานยุ่งยากกว่าที่เคยเป็นขึ้นอีกเยอะเลย อีกทั้ง XML ยังเป็นภาษาที่ขึ้นกับตัวหนังสือ ว่าเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่, เครื่องหมายต่างๆ หรือสัญลักษณ์ หรืออื่นๆอีกด้วย ซึ่งกว่าล้านเว็บในปัจจุบัน กว่าล้านเครื่องของ server ยังไม่พร้อมสำหรับเทคโนโลยีนี้อย่างแน่นอน

ทางออกเดียวที่ดูดีที่สุดนั่นก็คือ W3C ได้ทำการเขียน HTML ให้เข้ากับ XML จนได้ภาษาใหม่ออกมา โดยยังคงคุณลักษณะของ HTML เอาไว้เหมือนเดิม แต่ก็เพิ่มคุณลักษณะของ XML เข้าไปด้วยเพราะว่ามันสามารถทำงานเข้ากันได้อย่างดีกับ CSS จนในที่สุดก็ได้ภาษาใหม่ออกมา ที่มีชื่อว่า XHTML นั่นเอง

No comments yet.
You must be logged in to post a comment.